น่าสงสัย..เจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์ มีดปังตอ ตรวจหาคราบเลือด ล่าสุดผลออกมาผิดคาด

0
1606

จากกรณีที่นายศิระ สมเดช อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นคนก่อเหตุสะเทือนขวัญ ฆ่าหั่นศพ น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ คุณแม่ของตัวเอง แล้วเอาร่างไปยัดไว้ในตู้เย็น และชิ้นส่วนบางส่วนก็ทิ้งลงชักโครก แต่เพื่อนแม่มาเห็นเข้า จึงทำให้นายศิระ ใช้ปืนยิงตัวตายตาม เรื่องนี้ได้มีการตั้งข้อสงสัยกัน เมื่อเพื่อนของนายศิระ ได้ออกมาชี้เป้าว่า นายศิระเป็นคนถนัดซ้าย ไม่น่าจะจับปืนมือขวาแล้วยิงตัวเองได้ จนทำให้คดีนี้ดูน่าสงสัยมากยิ่งขึ้น

Loading...

ล่าสุดความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า ทางตำรวจต้องอาศัยเวลาและพยานหลักฐาน ที่จะทำให้พิสูจน์ทราบได้ว่าการเสียชีวิตของผู้ตายที่ถูกหั่นศพนั้นเกิดจากผู้ใด ในสังคมมองว่าน่าจะเป็นลูกหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่มีประจักษ์พยานยืนยัน บ้านหลังดังกล่าวมีแม่กับลูกอยู่เพียงสองคนเท่านั้น โดยมีพยานอีกสองคนเข้ามาแล้วพบกับเหตุการณ์แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยตำรวจพบว่าลูกชายถูกอาวุธปืนยิง ซึ่งพยานสองคนบอกว่าลูกชายได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเอง ส่วนกระแสสังคมที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีบุคคลที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของทั้งสองคนหรือไม่ ว่า ในส่วนนี้เจ้าหน้าที่จะพยายามรวบรวมพยานหลักฐาน และรับฟังอยู่ โดยตำรวจยังไม่ได้ตัดประเด็น เราไม่ได้ระบุว่าลูกเป็นคนทำ เรารู้แต่ว่ามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาแต่ยังไม่มีอะไรมาตอบข้อสงสัย ซึ่งเราก็ต้องหาพยานหลักฐานที่มีทุกอย่าง และตอนนี้เตรียมเรียกสองพยานที่พบศพมาสอบปากคำเพิ่มเติม

นอกจากนี้ จะต้องไปสอบปากคำแพทย์โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาที่จ่ายยา ว่าอาการป่วยของผู้ตายถึงขั้นไหนจะตัองพิสูจน์ทราบ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีประจักษ์พยานยืนยันว่าใครเป็นผู้ฆาตกรรม จึงต้องอาศัยพยานแวดล้อม และพยานหลักฐานอื่น ๆ ให้ตอบข้อสงสัยให้ครบถ้วน ส่วนประเด็นของคนที่ก่อเหตุมีมากกว่าหนึ่งคนหรือไม่ ทางตำรวจยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง ยืนยันว่าตำรวจไม่กดดัน ในการทำงาน โดยจะต้องคลี่คลายข้อสงสัยในทุกประเด็นให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่ผู้เสียชีวิตถนัดมือซ้ายแต่ยิงตัวเองด้วยมือขวานั้น พ.ต.อ.ธีระ เถระพัฒน์ ผกก.สน.ท่าข้าม กล่าวว่า หลักฐานสำคัญที่จะสามารถยืนยันได้เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ขณะนี้ก็อยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนอาวุธมีดนั้นไม่พบคราบเลือด แต่เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมมีดทั้งหมดเพื่อตรวจสอบแล้ว

ส่วนชิ้นส่วนอวัยวะต่าง ๆ ทางแพทย์ยืนยันว่าได้ครบทุกส่วนแล้ว รวมถึงได้สอบปากคำตำรวจที่อยู่หน้าบ้านหลังเกิดเหตุแล้ว เบื้องต้นให้การว่าก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้นนั้น ได้ยินเสียงลูกชายร้องโวยวายว่าไม่ต้องเข้ามาภายในบ้าน แต่ไม่ได้ยินเสียงทะเลาะอะไร ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของพยานที่อยู่ในบ้าน อย่างไรก็ตาม จะต้องสอบปากคำตำรวจนายดังกล่าวอย่างละเอียดอีกครั้ง หลักฐานทางวิทยาศาสตร์จะตอบข้อสงสัยได้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้งหมดยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง เราไม่มีใครเห็นเหตุการณ์แต่อยากทราบข้อเท็จจริง ตำรวจพยายามไปถึงผู้ได้รับบาดเจ็บขณะนั้นยังไม่เสียชีวิต ได้ตัดสินใจให้นำส่งโรงพยาบาล เพราะหวังว่าจะได้ความจริงด้วยแต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้

ขอบคุณที่มา khaosod

Loading...

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here