ข้ อคิดดีๆ ของคนที่อย ากร ว ย

ข้ อคิดดีๆ ของคนที่อย ากร ว ย

หากวันนี้คุณเป็นคนหนึ่งที่อย ากร่ำร ว ย และมีอย ากมีเงินทองไหลมาเทมา มีกินมีใช้ไม่ข า ดมือ บทความนี้จะบอ ก ข้ อคิดดีๆ ของคนที่อย ากร ว ย ไปดุกันว่าคนที่อย ากร ว ยนั้น แป๊ะจะสอนอะไรไว้บ้าง

วัดศาลเจ้าเมืองปทุมฯ วัดศาลเจ้า เป็นวัดเก่าแก่อีกวัดหนึ่งของเมืองปทุมธานี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระย าฝั่งตะวันออ ก ในพื้นที่ ต.บ้านกลาง อ.เมือง ปทุมธานี อาณาเขตติดต่อกับวัดมะขาม

ติดแม่น้ำเจ้าพระย าและคลองเชียงราก ประวัติความเป็น มาของวัดศาลเจ้าแห่งนี้ มีคำบอ กเล่าแตกต่างกันออ กไป บ้างกล่าวว่าวัดนี้สร้างขึ้น มาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธย า

โดยช าวรามัญที่อพยพหลบหนีภั ยสงครามจากพม่า เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ในครั้งนั้นช าวรามัญเข้ามากันเป็นจำนวน มาก โดยแยกย้ายกันไปตั้งถิ่นฐานทั้งในพื้นที่เมืองสามโคกหรือเมืองปทุมธานีในปัจจุบัน เมืองพระปะแดง ปากเกร็ด ปากลัด เป็นต้น ช าวมอญ หรือช าวรามัญเหล่านี้ล้วนแล้วแต่นับถือพระพุทธศาสนา เมื่อตั้งหลักปักฐานมั่นคง ก็มีการสร้างวัดขึ้น มาเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ รวมทั้งปฏิบัติศาสนกิจต่างๆ และวัดแห่งนี้ก็เจริญรุ่งเรืองสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

เซียนแป๊ะโรงสี หรือ อาจารย์โง้วกิมโคย เดิมทีชื่อกิมเคย แซ่โง้ว เป็นช าวจีนที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่อายุ 10 ขวบ เมื่อประมาณอายุ 22 ปี ได้สมรสกับนาง นวลศรี เอี่ยมเข่ง มีบุตรด้วยกัน 10 คน อาแปะประกอบอาชีพค้าข า ยข้าวเปลือ ก และได้ตั้งโรงสีชื่อว่า โรงสีไฟทองศิริ ที่ปากคลองเชียงรากเยื้อง ๆ กับวัดศาลเจ้าและได้โอนสัญช าติจากจีนเป็นไทย

รวมทั้งเปลี่ยนชื่อเป็น นายนที ทองศิริ กิจการโรงสีของอาแปะมั่นคงมากขึ้น ทำให้เป็นที่รู้จักกันในนามว่า “แปะกิมเคย” ท่านเป็นคนชอบช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน ทำให้เป็นที่เคารพของคนทั่วไปโดยเฉพาะในกลุ่มของพ่อค้าแม่ค้าและเป็นที่เล่าต่อกัน มาว่าแป๊ะโรงสีนั้นมีองค์ของพ่อปู่ศาลเจ้าพ่อวัดศาลเจ้าอีกด้วย

โดยในงานประจำปีท่านจะจุดธูปเพื่อปัดเป่าลมฝนซึ่งฝนก็จะไม่ตกและท้องฟ้าก็ดูแจ่มใสอีกเช่นกัน อาแปะได้ทำการบูรณะศาลเจ้าในย ามที่การคมนาคมลำบากแต่ท่านก็ไม่ละความพย าย ามจนทำสำเร็จ นอ กจากการบูรณะศาลเจ้าแล้วเซียนแปะโรงสียังเป็นผู้กำหนดวันจัดงานประจำปีของศาลเจ้าพ่อวัดศาลเจ้าเป็นวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 1 ถึงวันขึ้น 8 ค่ำเดือน 1 รวม 4 วัน 4 คืน

ซึ่งทางช าวจีนเรียกช่วงนี้ว่า “เจียง่วย ชิวโหงว ถึง เจียง่วย ชิวโป้ย”และได้ถือเป็นประเพณีตลอ ดมาจนถึงปัจจุบัน วันนี้มีบทความดีๆสำหรับคนที่อย ากเป็นเศรษฐี เป็นคำสอนของแปะโรงสี ท่านเป็นคนชอบช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน ทำให้เป็นที่เคารพของคนทั่วไปโดยเฉพาะในกลุ่มของพ่อค้าแม่ค้าอีกทั้งท่านเก่งเรื่องดูโหงวเฮ้ง ฮวงจุ้ยต่างๆ

ในการตั้งบริษัทหรือบ้านโดยคนที่ให้ท่านชี้แนะกลับไปต่างก็ประสบความสำเร็จกันถ้วนหน้า บรรดาผู้คนทั้งจากในไทยและต่างประเทศต่างพากัน มาหาท่านเพื่อขอคำชี้แนะเรื่องทำเลที่ตั้ง ฮวงจุ้ยของบริษัทห้าง วันนี้จะนำบทความดีๆฝากไว้ให้คิดของแปะกิมเคยมาฝาก มีบทความว่า

ลื้ออย่ ามองข้ามคนที่ด้อยกว่าเพราะหลงตัวเองว่ายิ่งใหญ่กว่าอย่ ามองข้ามผู้ค้ารายเล็กๆไม่เห็นคุณค่าของพวกเขา เพราะสักวันหนึ่งเขาอาจเป็นผู้ค้ารายใหญ่ของเราก็เป็นได้ พวกดูถูกคนพวกนี้มีเยอะแยะให้เห็นในโลกใบนี้จงจำไว้คนมีเงินนั้นหล า ยคนไม่ได้มีมาแต่กำเนิดทุกคน ลื้ออย่ ามัวคิดว่าเรายังไหวไม่มีวันไม่สบายเพราะอายุยังน้อยทำงานหามรุ่งหามค่ำยังไงก็ยังไหว

แต่ถ้าไม่สบายเมื่อไรกำไรมากแค่ไหนก็ไม่คุ้มค่า ลื้ออย่ ามัวคิดว่าฉันมีเงิน ช้เงินได้อย่ างฟุ่มเฟือยสักวันเงินเพียงร้อยบาทอาจมีค่ามากมายในวันที่ไม่มีก็ได้ ลื้ออย่ าคิดว่าบินสูงแล้วจะไม่มีวันร่วงลงมาแม้แต่นกที่บินได้สูงที่สุดในโลกก็ยังต้องลงมาแตะพื้นเพื่อนอนหลับพักผ่อน

ลื้อเคยอ่านนิทานเรื่องขอนไม้กับทองคำมั้ย ขอนไม้แทบไม่มีค่าอะไรเลยถ้าเทียบกับทองคำแต่ในเวลาที่ลื้อตะเกียกตะกายเพราะกำลังจะห า ยไปน้ำ ลื้อต้องการขอนไม้มากกว่าทองคำผู้ค้าก็เช่นกัน ผู้ค้าบางคนเป็นรายเล็กรายน้อยซื้ อของทีละชิ้นสองชิ้น หากวันหนึ่งผู้ค้ารายใหญ่ไม่ไหวเหลือแต่ผู้ค้ารายเล็กรายน้อย

ผู้ค้ารายเล็กรายน้อยที่ซื้ อข า ยกันประจำนี่แหละลื้อจะต้องการและนึกถึงเขาเป็นคนแรกๆ อีกทั้งท่านเก่งเรื่องดูโหงวเฮ้งฮวงจุ้ยต่างๆ ในการตั้งบริษัทหรือบ้านโดยคนที่ให้ท่านชี้แนะกลับไปต่างก็ประสบความสำเร็จกันถ้วนหน้า

บรรดาผู้คนทั้งจากในไทยและต่างประเทศต่างพากัน มาหาท่าเพื่อขอคำชี้แนะเรื่องทำเลที่ตั้ง ฮวงจุ้ยของบริษัทห้างร้านจึงเป็นที่มาว่าทำไมผู้คนต่างนับถือเซียนแป๊ะโรงสีผู้นี้อาแปะโรงสีได้เสียชีวิตในปี2526 แต่ชื่อเสียงก็ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบันนี้

ขอขอบคุณ angelmagazines, siamrath

อ่านเพิ่มเติม