หน้าแรก บล็อก หน้า 24
วันที่ 8 กันยายน พ.ต.อ.เชิดพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย นายพีระ กาญจนพงษ์ ผอ.ป.ป.ส.ภาค 8 พ.ต.อ.สถาพร พัฒนรักษ์ ผกก.สส.ภาค 8 และกำลังทหาร มทบ.45 นำหมายจับศาลจังหวัดไชยา ที่ 86/2562 ลงวันที่ 3 กันยายน 2562 และหมายค้นศาลจังหวัดเกาะสมุย ที่ 11/2562 ลงวันที่ 7 กันยายน 2562 เข้าตรวจค้นจับกุม นายศิริศักดิ์ หรือต้น อินทร์ศาสตร์ อายุ 46 ปี ฉายา “ต้น นักเลงหลวง” ทำงานเป็นสมาชิกอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) สังกัดกองร้อยอาสารักษาดินแดน อ.เกาะสมุย ที่ 15 มีความผิดฐานฟอกเงิน เหตุเกิดท้องที่หมู่ 3 ต.วัง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี สามารถตรวจยึดอาวุธปืนขนาดต่างๆ จำนวนหลายกระบอก กระสุนปืน 645 นัด...
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "Thummanit Phuvasatien" ได้มีการโพสต์ภาพสุดเศร้า ขณะที่ชายนั่งวีลแชร์คนหนึ่ง กำลังรอหาจังหวะที่จะขึ้นบนฟุตปาธ เนื่องจากมีกลุ่มคนที่เห็นแก่ตัว ขี่รถจักรยานยนต์บนฟุตปาธ แถมยังไม่มีน้ำใจให้หนุ่มวีลแชร์คนนี้ใช้ทางก่อนอีกด้วย โดยผู้โพสต์ได้ระบุว่า ภาพจาก Thummanit Phuvasatien ภาพจาก Thummanit Phuvasatien ภาพจาก Thummanit Phuvasatien ภาพจาก Thummanit Phuvasatien โพสต์ดังกล่าว ขอบคุณ Thummanit Phuvasatien
จากกรณีที่เจ้าของเฟซบุ๊กชื่อ ฐิติพงศ์พยากรณ์ มฤตยูนรกแตกสุวรรณบัญชีนรก ได้โพสต์ภาพ พร้อมเล่าเรื่องราวคร่าวๆ ว่าผมขอชื่นชมพนักงานขับรถคันนี้ ที่ได้จอดรถลงไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่กำลังได้รับความเดือดร้อน รถตกน้ำ ในเช้ามืดวันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมานี้ เป็นช่วงที่พายุกำลังเข้า ทั้งลมทั้งฝน บริเวณอำเภอคำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธรครับ ในเวลานั้น ไม่มีผู้โดยสารคนใดลงไปเลยเพราะว่าพอเปิดประตูรถอากาศภายนอกเข้ามารู้สึกหนาว มีแต่ พนักงานขับรถลงไปช่วยแกเกือบจะตกน้ำไปด้วยกันครับ ทั้งนี้ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้ออกมาเปิดเผยชื่อ นายศักดินนท์ เกงขุนทด คือชายผู้นี้ ขอปรบมือให้รัวๆค่ะ ขอชื่นชม นอกจากนี้ยังมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมกันเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เข้ามาคอมเม้นต์ว่า น้ำใจงดงามจริงๆ คนแบบนี้ล่ะครับที่สังคมต้องการ เยี่ยมมากเลยครับ ล่าสุดได้มีการเปิดเผยโฉมหน้าชัดๆ ของโซเฟอร์หัวใจหล่อคนนี้ ซึ่ง นายศักดินนท์ เกงขุนทด คนขับรถบัสที่ลงไปช่วยหญิงสาวคนดังกล่าวได้เล่าให้ฟังว่า ช่วงเวลานั้นเป็นเวลาเช้ามืด ตนเห็นรถเก๋งคันนั้นเสียหลักแล้วลื่นตกลงไปในคลองข้างทาง ขณะที่ฝนตกต่อเนื่อง ตนจึงจอดรถแล้งลงไปช่วยผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย ซึ่งตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรมาก เมื่อช่วยเธอได้อย่างปลอดภัยแล้วก็ทำหน้าที่ของตนอีกครั้งด้วยการไปส่งผู้โดยสาร ก็เลยไม่ได้ทิ้งชื่อหรือเบอร์โทรเอาไว้ แต่อยากจะฝากบอกกับเพื่อนร่วมทางว่า ถ้าขับรถแล้วเจอเหตุการณ์แบบนี้ อยากให้มีน้ำใจไม่ประมาท ภาพจาก อมรินทร์ ทีวี อีกอย่างวันเกิดเหตุ จริงๆ แล้วถนนที่ตนต้องขับผ่านไม่ใช่ตรงนี้ คือเส้นทางที่ขับประจำเกิดมีฝนตกหนักแลพะมีต้นไม้หักโค่นลงมา ตนจึงต้องอ้อมมาใช้เส้นทางถนนสายนี้แทน กระทั่งบังเอิญไปเจอผู้หญิงคนนี้ประสบเหตุ จึงช่วยได้ทัน และที่ผมลงไปช่วยก็เพราะว่าผมสงสารเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ขอบคุณ อมรินทร์ทีวี
วินาทีนี้ต้องบอกเลยว่าไม่มีใครมาแรงเท่า นักแสดงรุ่นใหญ่แซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี ที่มาออกรายการ Club Friday Show เป็นครั้งแรกถึงชีวิตในวัยรุ่นและเส้นทางการก้าวเข้ามาในวงการบันเทิง ซึ่งเรื่องหนึ่งที่แซม ออกมาเปิดใจคือชีวิตตอนเด็กเข้าสู่วงการบันเทิงโดยการขัดใจคุณพ่อที่เป็นทหารยศใหญ่ โดยแซมบอกว่าก่อนหน้าพี่สาว ก็เคยโดยชวนเข้าวงการมาแล้ว แต่คุณนั้นห้ามไม่ให้เข้าวงการจนมาถึงตาแซม เมื่อเข้าไปขอคุณพ่อกลับได้คำตอบว่าให้ตั้งใจเรียนไม่ต้องไปทำงานในวงการ จนแซมต้องสนกลับไปว่าแล้ว”คุณพ่อมีภรรยาที่เป็นนางงานทำไม” เล่นเอาทั้งสองคนเกิดรอยร้าวพอสมควรในตอนนั้น ทั้งนี้ชีวิตวัยเด็กของแซมนั้นถือว่าเป็นคุณหนูมีคนขับรถไปรับ – ส่ง นอกจากนี้ยังมีความเป็นระเบียบเอามากๆด้วยความที่คุณพ่อเป็นทหารเมื่อถึงเวลาผ่อนคลายคุณพ่อจะเล่นดนตรีให้คนในครอบครัวฟัง ทั้งนี้คุณแม่ ของแซมฉีกจากคุณพ่อทุกอย่างจะไม่ค่อยอยู่ในกรอบ แซมจึงสนิทกับคุณแม่ ในส่วนของรอยร้าวต่างๆที่สะสมไว้ทำให้แซมตัดสินใจไม่คุยกับคุณพ่ออีกเลย โดยเหตุการณ์หนึ่งที่ตอกย้ำรอยร้าวของแซมกับพ่อคือเรื่องที่แซมไม่ยอมไปโรงเรียนเนื่องจากต้องการให้คุณแม่ไปด้วยเพราะครูที่โรงเรียนนั้นปลื้มคุณแม่มากถึงขนาดยอมนวดขาให้คุณแม่ แถมยังต้องนอนเฝ้าจนเช้ามาคุณแม่เบี้ยวแซมจนแซมไม่ยอมไปโรงเรียน ขอให้แม่ไปส่งก็ยังดี จนคุณพ่อมาเห็น จับแซมเอาน้ำราดอกจนแซมหลุดปากพูดคำหยาบกับพ่อว่า “กูไม่กลัวมึงหรอกไอ้แก่” จนเวลาผ่านไปคุณพ่อเสียก็ยังไม่ได้ขอโทษ จนมาได้มีโอกาสขอโทษตอนวันที่มีลูกชาย ทั้งนี้แซมได้บอกเหตุผลว่าเป็นเพราะช่วงอายุของแซมที่ห่างจากคุณพ่อกว่า 60 ปี และตอนนั้นแซมมีอายุเพียง 18 – 19 ปี เท่านั้น โดยแซมได้มารู้ภายหลังว่าเขาคือลูกคนเดียวที่มีหน้าตาเหมือนคุณพ่อมากที่สุด นอกจากนี้ด้านความรักของแซมก็น่าสนใจไม่น้อยเพราะเมื่อได้เข้าสู่วงการบันเทิงเป็นดีเจเปิดเพลงซึ่งสมัยนั้นการเป็นดีเจไม่ใช่ใครจะมาเปิดได้ ด้วยความหล่อของแซมทำให้มีสาวๆเข้ามาขายขนมจีบตลอดเวลาแต่แซมไม่คิดว่าการที่ เป็นคนเฟรนลี่ จะทำให้สาวๆหลายคนคิดว่าเขามาจีบเพราะนิสัยส่วนตัวของแซมจริงๆนั้นเป็นคนไม่เจ้าชู้ โดยแซมเล่ามาเมื่อต้องไปเปิดเพลงตามต่างจังหวัดต้องเปิดห้องไว้สองห้องเพื่อให้สาวๆไม่รู้ว่าเขาอยู่ห้องไหนเพราะมีสาวๆมาเคาะ ประตูตลอด นอกจากนี้ยังมีสาวๆขับรถมารับถึงที่เรียนจนต้องบอกเพื่อนให้ไปดูว่าคันไหนมาเพราะหลายคันมาและจะให้เพื่อนไปดูให้แต่บางครั้งก็ไม่ได้ไปด้วยเพราะตอนนั้นเพียงเคยอยากกลับบ้าน นั้นเป็นเพราะแซมออกจากบ้านมาใช้ชีวิตเองตั้งแต่อายุ 16 – 17 จึงทำให้เป็นผู้ใหญ่มากๆ นอกจากนี้เหตุการณ์ที่สาวๆหึงหวงแซมถึงขั้นประกาศออกไมค์ในงานที่แซมไปเปิดเพลงว่า “ขอสนุกด้วยคนสิ” โดยแซมได้เก็บทุกแง่มุมขอความรักไปสอนลูกว่าตลอด 35 ปี อย่าไปอะไรมากกับความรักและการอกหักเพราะแซมเมื่อคบกับภรรยาแล้วไม่เคยไปยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นเลย ซึ่งจุดเริ่มต้นของความรักเกิดจากการที่แซมไปหาเจ้าคุณปู่...
สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ท้ายน้ำของแม่น้ำมูล ก่อนไหลไปรวมกับแม่น้ำโขงที่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี แล้วไหลสู่ สปป.ลาว โดยที่สถานีวัดระดับ น้ำแม่น้ำมูล M.7 เทศบาลนคร อุบล ราชธานี ระดับน้ำอยู่ที่ 114.21 ม.รทก. สูงกว่าตลิ่งแล้ว 2.21 เมตร ส่งผลให้ บ้านเรือนประชาชนริมตลิ่งแม่น้ำมูลทั้งในเขต อ.เมือง อุบลราชธานี และ อ.วารินชำราบ ถูกน้ำไหลเอ่อเข้าท่วมแล้วกว่า 20 ชุมชน ส่วนที่สะพานกุดปลาขาว และสะพาน 100 ปีสมเด็จพระศรีนครินทร์ ซึ่งใช้สัญจรจากตัวเมืองอุบลราชธานี ไป อ.วารินชำราบ ถูกน้ำท่วมสูงต้องปิดการสัญจร ต้องใช้สะพานเสรีประชาธิปไตย และสะพาน 200 ปีรัตนโกสินทร์ ซึ่งก็มีประชาชนอพยพหนีน้ำท่วมมาอาศัย อยู่ริมฝั่งถนนก่อนขึ้นสะพาน ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความแออัด หรือสามารถใช้เส้นทาง ถ.เลี่ยงเมือง แทนได้ ล่าสุดทางเพจ วารินชำราบบ้านเฮา อุบลราชธานี ก็ได้โพสต์เรื่องราวของอีกหนึ่งผู้ประสบภัย นั่นก็คือ ผู้ใหญ่หำ หรือ เฉลิมพล มาลาคำ อดีตนักร้อง นักแต่งเพลงหมอลำที่มีชื่อเสียง โดยระบุเอาไว้ว่า บ้านผู้ใหญ่หำก็ไม่รอด บ้านท่าเจริญ ม.11 ต.ท่าลาด...
จากตำนานพระเกจิอาจารย์ที่มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ ตลอดจนความงดงามในวัตรปฏิบัติที่เล่าขานกันมา ทำให้มีศิษยานุศิษย์เคารพศรัทธาองค์หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดจวบจนปัจจุบัน จึงได้ร่วมกันก่อสร้างรูปเหมือนเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เผยแพร่คุณงามความดี และยังเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน พุทธอุทยานอาณาจักรหลวงพ่อทวด เขาใหญ่ ตั้งอยู่ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้จัดสร้างองค์หลวงพ่อทวด องค์ใหญ่ที่สุดในโลก สูงถึง 59 เมตร เป็นเนื้อปูนปั้นสีทองอร่าม โดดเด่นท่ามกลางขุนเขาเขียวขจี สร้างความเลื่อมใสศรัทธาให้กับผู้พบเห็น รูปหล่อองค์หลวงพ่อทวด ความสูง 59 เมตร หน้าตักกว้าง 40 เมตร ประดิษฐานบนพื้นที่กว่า 35 ไร่ ที่มีลักษณะทางภูมิศาสตร์คล้ายเรือสำเภา ท่ามกลางขุนเขาเขียวขจีที่บ้านหมูสี อำเภอปากช่อง นับเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของชาวพุทธที่ตั้งอยู่บนทำเลงดงามที่สุดแห่งหนึ่ง ภายในพื้นที่ยังมีองค์หลวงปู่ทวดนาคปรก องค์พระนารายณ์ทรงครุฑ และองค์พระพิฆเนศขนาดใหญ่ แต่ละองค์ล้วนมีศิลปะเฉพาะตัว สีสันสวยงาม ภาพจาก เฟซบุ๊ก หลวงพ่อทวด เขาใหญ่ องค์ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากจะได้มากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลแล้ว นักท่องเที่ยวยังได้พักผ่อน ถ่ายรูปในบรรยากาศสวนดอกไม้และต้นไม้ร่มรื่น ตามเจตนารมณ์ของผู้สร้างที่ต้องการพัฒนาให้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนา และสถานที่ปฏิบัติธรรม ที่มีความงดงามทั้งศิลปะ วัฒนธรรม และธรรมชาติ ภาพจาก เฟซบุ๊ก หลวงพ่อทวด เขาใหญ่ องค์ใหญ่ที่สุดในโลก ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก หลวงพ่อทวด เขาใหญ่ องค์ใหญ่ที่สุดในโลก
เอาใจคนชอบทุเรียนกันไปเลยจ้า เรียกได้ว่าหิวเมื่อไหร่ก็แวะมา รู้หรือยังตอนนี้เซเว่นเอาทุเรียนมาวางขายแล้วนะ ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ก.ย.มีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งใช้ชื่อว่า แรบบิช ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ล่าสุดเซเว่นก็คือมีทุเรียนขายแล้วจ้าแม่ รีวิวเซเว่น โพสต์ดังกล่าว เอาใจคอทุเรียนไปเลยจ้า ทางผู้โพสต์ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าขายที่สาขาไหน แต่เชื่อว่าถ้าหากผลตอบรับดีอาจจะมีวางขายในหลายๆสาขาอย่างแน่นอน สำหรับใครที่เป็นคอทุเรียนก็รอซื้อได้เลย ซื้อง่ายขายคล่องอย่างแน่นอน ขอสักลูก ปกติเราจะเห็นวางขายในบิ๊กซีหรือตามห้าง แบบนี้หากใครอยากกินทุเรียนตอนดึกๆ ก็คงไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป ขอบคุณ แรบบิช
อย่างที่ทราบกันดีว่าภาคอีสานหลายจังหวัดประสบกับภัยน้ำท่วม และอีกหนึ่งตัวอย่างที่ไม่สนคำเตือนของเจ้าหน้าที่ผลก็ออกมาอย่างที่เห็น เมื่อวันที่ 7 กันยายน มีผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งใช้ชื่อว่า น.ส สมพงษ์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ล่าสุด พ่อกับลูก4ประตูตกไหล่ทาง จมเกือบมิด เจ้าหน้าที่ก็บอกแล้วไงว่า ห้ามรถทุกชนิดผ่าน นี่ล่ะถ้า ลื่นควม มันก็จะยุ่งยากเจ้าหน้าที่ ปลอดภัยก็ดีแล้วจร้า โพสต์ดังกล่าว ห้ามรถทุกชนิดผ่าน ผลของการไม่เชื่อฟังคำเตือน ท่วมเกือบมิด โชคดีที่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือ ปลอดภัยแล้ว เป็นอุทาหรณ์สำหรับทุกๆท่านนะคะ ใส่ใจคำเตือนสักนิดแล้วชีวิตจะปลอดภัย ระวังกันหน่อยนะคะ ให้ความสำคัญกับคำเตือน ขอบคุณ น.ส สมพงษ์
กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก NOISY WASA โพสต์คลิปเหตุการณ์ระหว่างตำรวจจราจรกับเด็กนักเรียนชั้นมัธยม ที่ถูกล็อกคอให้ลงจากรถแล้วตวาดเสียงดัง พร้อมระบุข้อความว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 62 ล่าสุด วันที่ 7 ก.ย. 62 ส.ต.อ.สมคิด ดวนใหญ่ ผู้บังคับหมู่งานจราจร สน.จักรวรรดิ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุ เปิดใจว่า ช่วง 12.00 น. ของวันที่เกิดเหตุ ระหว่างที่ตนกำลังตั้งจุดกวดขันวินัยจราจรอยู่หน้า สน.จักรวรรดิ โดยเน้นกวดขันผู้ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย ระหว่างนั้นมีเด็กนักเรียนชั้นมัธยมปลายคนในคลิป ขี่รถจักรยานยนต์สวนทางย้อนขึ้นมา โดยไม่สวมหมวกนิรภัย ตนจึงส่งสัญญาณมือให้ชะลอจอด แต่รถคันดังกล่าวกลับเร่งเครื่องเบี่ยงขวาแล้วตั้งใจพุ่งเข้าใส่ แต่ตนเบี่ยงตัวหลบทัน จึงถูกชนเข้าที่ข้อมือขวาได้รับบาดเจ็บ ระหว่างนั้นมีพลเมืองดีขี่รถผ่านมา รับตนขึ้นรถแล้วขี่ตามรถคันก่อเหตุ ซึ่งขี่หลบหนีเข้าไปในซอยสะพานยาว ซึ่งเป็นซอยตัน เท่าที่เห็นตอนนั้น เด็กนักเรียนคนดังกล่าวยังไม่มีท่าทีรู้สึกผิด มือยังกำคันเร่งพร้อมจะบิดพุ่งชนสิ่งกีดขวางอีกครั้ง ก่อนจะเร่งเครื่องฝ่ากลางระหว่างรถจักรยานยนต์กับตน ที่ขวางอยู่บริเวณปากซอย หลบหนีไปทางถนนอนุวงศ์ ตนจึงขี่รถตามไปทันบริเวณปากซอยถนนทรงวาด เพราะจุดดังกล่าวการจราจรติดขัด ก่อนเกิดการโต้เถียงตามคลิปวิดีโอ และคุมตัวเด็กคนดังกล่าวกลับมาที่ สน.จักรวรรดิ ก่อนโทรเรียกผู้ปกครองของนักเรียนคนดังกล่าว เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งผู้ปกครองรับทราบและเข้าใจการทำงานของตำรวจจราจร จึงได้ทำการอบรม โดยผู้ปกครองได้ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรเปรียบเทียบปรับเองด้วย ตำรวจจึงปรับในข้อหาฝ่าฝืนสัญญาณมือ ไปเป็นจำนวนเงิน 500 บาท ภาพจาก ทุบโต๊ข่าว ส่วนอาการบาดเจ็บ แพทย์ลงความเห็นว่า...
วันที่ 7 กันยายน 2562 ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์รายงานว่า โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพอันน่ากลัวของผู้ใช้เพจเฟซบุ๊กชื่อ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha โดยระบุข้อความว่า อันตรายจากการกินยา “เออก็อท” ชื่อการค้ามีหลายชื่อ ที่ใช้ในการแก้ปวดหรือบรรเทาปวดหัวไมเกรน เป็นยาที่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังสูงสุดเพราะถ้ามีโรคประจำตัวหัวใจ เส้นเลือดตีบหรือใช้ยาตัวอื่นๆอยู่ รวมทั้ง ยาฆ่าเชื้อรา ยารักษาโรคเอดส์ จะทำให้ยาแก้ปวดตัวนี้ออกฤทธิ์มากขึ้นและทำให้เส้นเลือดหัวใจสมอง ที่ปลายมือปลายเท้าแขนขาหดตัวอย่างรุนแรง ขาดเลือด ห้วใจวาย อัมพฤกษ์ จนกระทั่ง ถึงกับต้องถูกตัดแขนขาไป โพสต์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ได้ออกมาเตือนถึงอันตรายของยาเออร์กอตมาอย่างต่อเนื่องหลายปี เนื่องจากเป็นยาที่มีฤทธิ์รุนแรงและอันตราย แต่ที่เห็นวางขายอยู่ตามร้านขายยาต่างๆ ได้ตามปกติ เพราะหากใช้อย่างถูกวิธีจะไม่เป็นอันตรายใดๆ เพียงแต่ผู้ป่วยหลังได้รับยาเออร์กอตจากแพทย์แล้ว อาจไปซื้อเองในภายหลัง หรือเภสัชกรเองอาจไม่สามารถทราบถึงประวัติการรักษาของผู้ป่วยได้โดยละเอียด จึงขายยาตัวนี้ให้ผู้ป่วยไป ข้อมูลและภาพจาก เพจเฟซบุ๊กชื่อ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha

MOST POPULAR

HOT NEWS